Saturday, September 30, 2006
Google Reader
ตอนที่ลองก็ตระเวนไปอ่านบล็อกของเพื่อน ๆ พี่ ๆ ไปเจอ blog ของพี่ป๊อก เรื่อง Nuxeo & OSGi ก็เลยเข้าไปดูข้อมูลใน Wiki กับที่ Nuxeo พึ่งรู้ว่า Zope นั้นถ้าระบบใหญ่ขึ้นไปจนถึงข้อมูลระดับ 5 TB จะเริ่มไม่ไหว
Thursday, June 08, 2006
หุ่นยนต์เสริฟเบียร์

ผมเป็นคนที่ชอบเครื่องยนต์กลไก หรือไอ้พวกหุ่นยนต์มาตั้งแต่เด็ก เคยฝันไว้ว่าจะทำหุ่นยนต์ด้วยตัวเองซักตัว ตอนนี้มีความรู้ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ พอสมควร ทางด้านโปรแกรมมิ่งก็พอไปวัดไปวา ยังเหลือ แมคคานิค ที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง คงต้องเติมเต็มอีกพอสมควร
วันนี้เข้าไปเจอรูปนี้ที่ engadget ท่ารินเบียร์ของหุ่นตัวนี้มันเจ๋งจริง ๆ
Audacity

วันนี้ต้องการตัดต่อเพลง MP3 เพื่อเอาไปทำเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ ก็เลยถามน้องเกิ้ลดู ได้คำตอบว่า Audacity ก็เลยลองดาวน์โหลดมาเล่นดู ใช้ได้เลยทีเดียว ฟีเจอร์ที่มีถือว่าตอบสนองความต้องการได้หมด โอเคผ่าน ถือเป็น โปรแกรมโอเพนซอร์สที่ประทับใจอีกตัวนึง
ถ้าโลกนี้ไม่มีโอเพนซอร์สกับอินเตอร์เน็ตผมจะทำยังไงดีเนี่ย
Wednesday, June 07, 2006
Google Spreadsheets
แนวคิดผมคือสร้าง Table แล้วยัด Textbox ลงไปทุก ๆ เซลล์ ผลปรากฏว่าแทบกระอักเลือด ต้องมาเขียนจาวาสคริปท์ เพื่อรับค่าคีย์บอร์ดว่ายูสเซอร์กดลูกศรปุ่มไหนแล้วก็ทำการโฟกัสไปที่ตัวนั้น ซึ่งมี Textbox อยู่เป็นพัน นี่แค่ปัญหาการควบคุมการโฟกัสเซลล์ จริง ๆ แล้วมีปัญหาอื่นอีกเพียบ

Google นายแน่มาก ซักวันจะเขียนแบบนี้ให้ได้
Saturday, April 22, 2006
Blognone Tech Day
"พี่ครับตึก 15 อยู่ไหนครับ" ผมถามเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่กำลังนั่งดูจอมอนิเตอร์อยู่หน้าลิฟท์ (เดินถามมาแล้วหลายคนแต่ไม่มีใครรู้จักตึก 15 เลย) รปภ. หนุ่ม เงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วตอบสั้น ๆ ว่า "นี่แหละ"
"อ้าว..." ผมอุทานด้วยความงง เพราะคนก่อนหน้านี้พึ่งบอกผมว่า ตึก 15 ไม่รู้อยู่ที่ไหนแต่ที่นี่ตึก 16!!!
"ผมมางาน Blognone ไม่ทราบว่าอยู่ชั้นไหนครับ"
"แลกบัตรไว้แล้วขึ้นไปติดต่อที่ชั้น 4 ก็แล้วกัน" อืม.... เป็นคำตอบที่ดีมาก
พอขึ้นไปถึงชั้น 4 มีเจ้าหน้าที่อยู่ 1 คน บรรยากาศเงียบเชียบน่านั่งสมาธิไร้วี่แววที่จะเป็นงาน Meeting ใด ๆ ถามเจ้าหน้าที่ก็ได้คำตอบกลับมาว่า "Blognone อะไร" ผมก็เลยจำเป็นต้องเอา PPC คู่หูออกมา connect GPRS เข้าบ้านเก่า www.blognone.com ถึงเห็นว่าในกำหนดการบอกไว้แล้วว่าชั้น 5 แต่ผมดันก็อปปี้แต่แผนที่ไว้ดู ในนั้นไม่บอกชั้นไว้แต่ดันบอกทางไป ม.ศรีปทุม ถ้าไม่มีเทคโนโลยีนี่ก็แย่เหมือนกันนะ
พอขึ้นไปถึงชั้น 5 ชั้นนี้น่าทำสมถะกัมมัฏถานเข้าฌาณไปเลย เพราะทั้งเงียบและไม่มีคนบนทางเดินเลยแม้แต่คนเดียว เดินไปส่องดูห้อง 503 ตามที่บอกไว้ในกำหนดการ ห้องปิดไฟและไม่มีคนเลย ผมชักสงสัยว่ามาผิดที่ หรือผิดเวลาหรือเปล่า ก็เลยเดินไปส่องดูห้องอื่น ๆ เห็นคนอยู่ในห้องถัดไป 4 - 5 คน ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษาเพราะเด็ก ๆ กันอยู่ ก็เลยคิดว่าอาจจะไม่ใช่ เดินดูห้องอื่นต่อไป ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะมีห้องไหนเป็นงาน Meeting คงจะเป็นห้องเมื่อตะกี้นี้แหละ ก็เลยเดินหันหลังกลับ พอดีมีหนุ่มหน้ามนสวมแว่นเดินออกมาจากห้อง ผมนึกในใจว่านี่คงเป็น mk (ตอนหลังรู้ว่าใช่จริง ๆ ด้วย) แล้วผมก็เดินไปเปิดประตูเข้าไปถามคนในห้องที่นั่งกันอยู่ 3 - 4 คน "งาน Blognone ใช่ห้องนี้หรือเปล่าครับ"
"ใช่ครับ" ได้คำตอบมาจากหนุ่มตี๋คนนึง ผมนึกในใจว่าคนนี้ต้องเป็น lew แน่ ๆ แต่คิดไว้ในใจว่าน่าจะผอมกว่านี้ พอวางกระเป๋าเสร็จก็เลยถามหาโรงอาหารเพราะไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เช้า
13:00 น.
- เริ่มงานด้วยคุณ Pok (ต่อไปต้องเรียกว่าพี่ป๊อก) พูดเรื่อง Ruby on Rails ผมชอบตอนนี้ที่สุดเพราะผมกำลังอยากจะเขียน Ruby อยู่ แต่พี่ป๊อกดำกว่าที่ผมคิดไว้ (แต่ไม่อ้วนนะ)
- ต่อมาคุณ สุกรี พูดเรื่อง Zope แต่ฟังไปฟังมาแยกไม่ออกว่าอันไหน Zope อันไหน Plone จริง ๆ แล้วผมก็สนใจ Zope อยู่เหมือนกัน เพราะที่บริษัทใช้ Python อยู่แล้ว แต่ผมไม่ได้เขียนเพราะผมไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้ ว่าง ๆ ก็กะว่าจะไปขอทำโปรเจคท์ Python ซักตัวอยู่เหมือนกัน ขอเล่าอะไรให้ฟังหน่อยเผื่อใครยังไม่รู้ เครื่องจักรรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทผมเขียนด้วย Python รันบน Linux ควบคุมเครื่องผ่านเว็บเบราเซอร์ แบบเรียบไทม์ ซอฟแวร์ทุกตัวเป็น Opensource หมด เครื่อง ๆ นึงมีคอมพิวเตอร์อยู่ 14 ตัว ติดต่อกันผ่าน TCP/IP ส่วน H/W ติดต่อผ่าน USB ทั้งหมด เบ็ดเสร็จราคาประมาณร้อยล้านต่อเครื่อง มีอยู่หลายสิบเครื่อง วัน ๆ เครื่องพวกนี้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ ๆ กันอยู่ได้เป็นแสนตัว นี่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า Opensource และ Python นั้นไม่ธรรมดา อย่าคิดว่าเขาเขียนกันเล่น ๆ งานอุตสาหกรรมระดับโลกก็ใช้อยู่ เพราะฉะนั้นใครตั้งใจจะศึกษาก็ศึกษาซะรับรองไม่เสียหลาย
- EJB 3.0 ของคุณ deans4j อืม.... ไม่ขอพูดมากเพราะไม่ค่อยถนัด แต่ผมว่าคุณ deans4j บุคคลิกดูดี คนต่อไปดีกว่า
- Mono โดยคุณ วีนนาท ผมคาดหวังตรงนี้ไว้เยอะ ว่าจะได้เห็น Demo การเซ็ตอัพ หรือไม่ก็ตัวอย่างการใช้งาน เพราะผมอยากลองมานานแล้ว จริง ๆ แล้วก็เคยพยายามอยู่ครั้งนึงสมัย Mono พึ่งเริ่มต้นใหม่ ๆ แต่ไปไม่รอดเลยเลิก ส่วนเนื้อหาสำหรับผมถือว่าน้อยไปหน่อย แต่ถ้าคนที่ไม่เคยได้ยิน Mono มาก่อนก็ถือว่าดี สรุปแล้วสำหรับผมถ้าจะเขียน .NET ก็ไม่รู้ว่าจะไปใช้ Mono ทำไม ผมคงใช้ .NET Framework และ Windows 2003 Server ของผมต่อไปดีกว่า
- Emacs ของพี่พูลลาภ ซึ่งหน้าตาผิดคาดไปเยอะ คือหน้าตาดูดีกว่าชื่อ เนื้อหาก็น่าสนใจดี คงต้องลองใช้ดูแล้วหละเผื่อจะติดใจ
- Asterix ของพี่โดม ผมว่าตอนนี้มันสุด น่าจะให้พี่เค้าพูดซัก 2 ชั่วโมง ครั้งหน้าผมขอจองเวลาไว้ให้พี่เค้าเยอะ ๆ หน่อยก็แล้วกัน เนื้อหาน่าสนใจกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ ชักอยากลองดูอีกแล้วซิ
- Xen ของคุณสมพล ยังไม่เห็นว่าจะเอามาใช้อะไร เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน
- Game Theory ของ อ.จิตร์ทัศน์ ก็น่าสนใจดี แต่ผมยังเห็นด้วยกับ อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา มากกว่าคือมันไม่แน่นอน ประเด็นที่ผมเห็นคือทุกข์ ไม่ว่าจะอยู่เฉย ๆ ไปคอนเสิร์ตบอย ไปงาน Blognone หรือ ไปคนละที่ มันต้องมีคนทุกข์อยู่ดี
- Web 2.0 (ผมขอใช้ชื่อนี้ดีกว่า) ของคุณ ปรเมศวร์ ทำให้เห็นภาพอนาคตของเทคโนโลยีได้ดีเลยทีเดียว
- ZWSP โดยลิ่ว พูดถึงการตัดคำภาษาไทย และปัญหาในการ Search ภาษาไทยจาก Search Engine ซึ่งผมก็ติดปัญหาตัวนี้มานานเหมือนกัน เรื่องนี้น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับคนไทยมาก เพราะถ้าเราทำเว็บให้ Search Engine ค้นหาคำได้เป็นคำ ๆ จะทำให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลได้ดีและตรงประเด็นมากกว่านี้ ผมเข้าใจว่า Google กับ Sanook ก็พยายามแก้ปัญหานี้เหมือนกัน ถ้าเค้าแก้ได้เราก็สบายไปไม่ต้องทำอะไร แต่ช่วงที่รอนี่สิต้องหาทางออกทางอื่นไปก่อน จริง ๆ ลิ่วน่าจะพูดให้เยอะกว่านี้หน่อย
สรุป คนไปเยอะกว่าที่ผมคิดไว้เนื้อหาก็ถือว่าใช้ได้ แต่ต้องให้เวลาคนละชั่วโมงถึงจะดี (ยกเว้นพี่โดมให้ 2 ชั่วโมง) ที่ขาดมีอยู่สองอย่างคือ 1 ไม่มีคนถ่ายรูป 2 ผมคิดว่าจะได้รู้จักกับคนที่คุ้น ๆ กันในเว็บอีกหลายคนแต่ก็ไม่ได้รู้จัก คือถ้าคนไหนได้พูดก็ดีไป ส่วนคนอื่น ๆ นี่สิ ทำไงดี
22:00 น. กลับถึงโคราช มีใครไปไกลเหมือนผมหรือเปล่าเนี่ย?
03:42 น. นั่งพิมพ์บล็อกบรรทัดสุดท้าย ไปนอนดีกว่า
Thursday, March 30, 2006
ลง MediaWiki
เขียนแบบรีบ ๆ ไม่ได้เอาคำสั่งและ Capture หน้าจอมาไว้ เพราะขี้เกียจ แล้วตอนทำมันก็รีบด้วย - -'
Wednesday, March 29, 2006
Setup MySQL บน FreeBSD
อันนี้ผมลงเวอร์ชั่น 4 เดี๋ยวเวอร์ชั่น 5 วันหลังค่อยว่ากัน
# cd /usr/ports/databases/mysql40-server
#make install
เสร็จแล้วอย่าลืมไปเพิ่ม mysql_enable="YES" ใน /etc/rc.conf ด้วยหละ
แล้วจะสั่งสตาร์ท Service หรือลองรีสตาร์ทเพื่อความชัวร์ว่าเผื่อวันหลังเราบูทเครื่องขึ้นมามันเปิดเซอร์วิสให้เราหรือเปล่า
#reboot
หลังจากลง MySQL เสร็จแล้วสามารถ login เข้าฐานข้อมูลได้โดย
#mysql -u root mysql
เสร็จแล้วก็ตั่ง password ใหม่ซะ
mysql> set password = password("yourpassword");
แล้วก็ออกมา
mysql> quit
เสร็จแล้วลองเข้าใหม่โดยใช้ password ที่ตั้งไว้
#mysql -u root -p
มันจะขึ้นว่า
Enter password:
ก็ใส่ yourpassword ซะให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นจะทำอะไรก็ค่อยว่ากันไป
ส่วนอันนี้ไปเจอที่ awaremag ยังไม่ลองดูไม่รู้ใช้ได้ป่าว
cd /usr/ports/databases/mysql41-server/
make install clean
/usr/local/bin/mysql_install_db
chown -R mysql:mysql /var/db/mysql/
/usr/local/etc/rc.d/mysql-server.sh start
/usr/local/bin/mysqladmin -u root password newpassword
Tuesday, March 14, 2006
Nokia 3310 PCBA
แต่ Blogger ดัน error ขอเอารูปไปไว้ที่อื่นแล้ว link มาก็แล้วกัน (อาจจะใหญ่หน่อย)
Monday, March 13, 2006
แบตเตอรี่ โทรศัพท์มือถือ

พอดีนึกถึงเรื่องของแบตเตอรี่ คิดว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือที่มี 3 - 4 ขั้วนั้นเขาเอาไว้ทำอะไรกัน ส่วนคนที่รู้แล้วก็อย่าถือสานะครับ ถือว่าอ่านเล่น ๆ ขำขำก็แล้วกัน
ปกติแล้วแบตเตอรี่จะมีแค่สองขั้วคือ ไฟบวก กับ ลบ เท่านั้น แต่สำหรับโทรศัพท์มือถือ เหมือนในรูปเป็นแบตเตอรี่ของ 3310 จะมีทั้งหมด 4 ขั้ว นับจากด้านซ้ายไปขวามีรายละเอียดดังนี้ VBatt, BSI, BTemp และ Ground
1. VBatt (+) เป็นไฟบวก ปกติจะมีค่าแรงดันประมาณ 3.6 V แต่ถ้าวัดดูจริง ๆ จะสูงกว่านี้นิดหน่อย
2. BSI (Battery Size Indicator) เป็นตัวที่ใช้บอกว่าแบตตัวนี้เป็นแบบหนาหรือบางความจุเท่าไหร่
3. BTemp (Battery Temperature) เป็นตัวที่ใช้บอกอุณหภูมิของแบตเตอรี่ ถ้าอุณหภูมิของแบตเปลี่ยนแปลงจะทำให้ค่าความต้านทานภายในของขานี้เทียบกับกราวด์เปลี่ยนไป ไม่เชื่อลองเอาไฟแช็คลนไกล ๆ หน่อย (เดี๋ยวระเบิดไม่รู้ด้วย) แล้วใช้ โอห์มมิเตอร์วัดดูค่าความต้านทานจะเปลี่ยนแปลง หรือไม่ก็เอาไปแช่ตู้เย็นดูก็ได้ (แบบนี้ปลอดภัยกว่า) แต่ถ้าเป็นแบตปลอมคุณภาพห่วย ๆ บางตัวขานี้ก็ไม่ทำงาน ต้องลองกันเอาเอง
4. Ground (-) ขานี้เป็นกราวด์ (ไม่รู้จะแปลทำไม)
ส่วนแบตรุ่นใหม่ ๆ จะมีแค่สามขั้ว ขาที่หายไปคือ BSI เหลือแต่ BTemp นั่นเอง
เดี๋ยวจะลอง Short ระหว่าง (+) กับ (-) ของแบตแท้และแบตปลอมดูว่า จะเกิดอะไรขึ้น อยากรู้เหมือนกันว่าของแท้ที่โม้ ๆ ว่าตัวเองไม่ระเบิด แต่ของปลอมระเบิดนั้นจะจริงหรือเปล่า เพราะโอกาศที่โหลดจะลัดวงจรนั้นเป็นไปได้เสมอ ถ้าของแท้เจ๋งจริงต้องไม่เป็นไร ก่อนอื่นต้องหาเงินไปซื้อแบตก่อนเพราะของแท้แพงมาก
พื้นฐาน Nokia DCT3
Nokia มีหลายแพลตฟอร์มขอเริ่มต้นที่ DCT3 ซึ่งเป็นรุ่นเก่า ๆ เช่นพวก 3310 อะไรเทือกนี้ แล้วอย่าคิดว่าเก่าไม่สำคัญเพราะถ้าคุณซ่อม 3310 ได้จะเป็นพื้นฐานสำหรับรุ่นอื่น ๆ ทั้งหมด จนถึงเครื่องที่เป็นซิมเบี้ยนยันพ๊อกเก็ตพีซี
เครื่องที่อยู่ในตระกูล DCT3 ก็คือ 3210, 3310, 3330, 3350, 3390, 3410, 5110, 5130, 5146, 5190, 5210, 5510, 6110, 6130, 6150, 6210, 6250, 7110, 8210, 8250, 8290, 8850, 8890, 9000, 9110 และ 9210 ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีอีกหรือเปล่า
วงจรต่าง ๆ ของโทรศัพท์มือถือถ้าไล่เป็นภาค ๆ ออกมาจะเหมือน ๆ กับ เอาคอมพิวเตอร์มาผสมกับ วงจรรับส่ง และจะมีไอซีตัวใหญ่ ๆ แต่ละตัวทำงานแบ่งหน้าที่กันไป
- CPU ปกติในมือถือจะเรียกว่า UPP คงไม่ต้องบอกว่าเอาไว้ทำอะไร (ไม่ได้เอาไว้ต้มไข่หรอกมั๊ง)
- RAM ไม่ต้องบอกเหมือนกัน
- ROM หรือ Flash Memory ตัวนี้ถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์คงจะเป็น Harddisk เพราะใช้เก็บซอฟท์แวร์ต่าง ๆ ของเครื่อง
- Antena Switch ทำหน้าที่สวิตช์สัญญาณระหว่างภาครับ และภาคส่ง ว่าใครจะใช้สายอากาศ ซึ่งมีอยู่อันเดียว (ใครเคยเห็นมือถือสองเสาบ้าง)
- RF IC แถวนี้เค้าเรียก HARGA (ไม่ใช่ฮานาก้า) ทำหน้าที่จัดการเกียวกับสัญญาณวิทยุเกือบทั้งหมด และจะทำงานร่วมกับพวก Oscillator, Filter และวงจรของ 1800 กับ 900 ซึ่งแยกกันด้วย
- Audio IC จัดการเกี่ยวกับเสียงติดต่อกับไมค์และลำโพง
- RF Power Amplifier บางครั้งก็เรียก PA เฉย ๆ ใช้ขยายสัญญาณวิทยุก่อนป้อนให้สายอากาศ (Ant. Switch) โดยมี Transformer ตัวเล็ก ๆ ทำหน้าที่ส่งผ่านกำลังไปให้
- Power IC ปกติเรียกว่า CCONT ใช้เปิดปิดเครื่องและจ่ายไฟให้ภาคต่าง ๆ ทั้งหมด ยกเว้น PA และยังทำหน้าที่ติดต่อซิมการ์ดอีกด้วย
- UI IC ใช้ควบคุมพวกหน้าจอ LCD หลอด LEDs ปุ่มกดต่าง ๆ และ บัซเซอร์
- Charging IC ควบคุมการชาร์ตแบตเตอรี่ (ถ้าชาร์ตแบตไม่เข้าให้สงสัยตัวนี้เป็นอันดับแรกถ้าแบตเตอรี่ดีนะ)
เดี๋ยวถ่ายรูปมาให้ดูกัน
Wednesday, March 08, 2006
โต๊ะคอมแบบนี้น่าจะดี
Friday, January 27, 2006
Nokia กับ Samsung ดีกว่า
เครื่อง Nokia 3310 ที่เอามาซ่อมนั้น ซื้อจอมาเปลี่ยน แล้วก็เอาบอร์ดตัวเดิมของเราที่ไม่ได้ใช้ใส่ไปให้ เพราะบอร์ดของเค้ามันโทรออกในย่าน 1800 (Orange & DTAC) ไม่ได้ แต่ 900 ได้สบาย ส่วนบอร์ดเก่าต้องมานั่งวิเคราะห์ดูก่อน ยังระบุไม่ได้ว่า ว่าเป็นที่ภาค RF, HF Filter หรือ ตัว Osillator กันแน่ ไม่อยากเปลี่ยนมั่ว ๆ เหมือนที่เขาทำกัน
Friday, January 13, 2006
Java โดย Oracle JDeveloper 10g
เมื่อสองสามอาทิตย์ที่แล้วลองไปดาวน์โหลด NetBeans 5.0 (Beta) มาลองเขียนเล่น ๆ ดู พบว่าก็พัฒนาไปเยอะแล้วเหมือนกันแฮะ ปีนี้คงได้เขียน Java กันเสียที
ประเดิมซ่อม Samsung A300
ดึกด้วย ง่วงด้วยเครื่องนี้ใช้งานมาสองปีกว่า (ไม่ใช่ของผมหรอก) หน้าจอดับไม่มีอะไรติดเลย แต่สามารถโทรเข้าโทรออกได้ปกติ เวลาจะกดรับสาย หรือโทรออกต้องจินตนาการเอา ถือไปให้ศูนย์เขาบอกว่าต้องเปลี่ยนจอใหม่ค่าใช้จ่าย 2,500 บาท ก็เลยไม่ซ่อม เอามาซ่อมเอง ลอง ๆ ถอดดูใช้ไขควงแค่ตัวเดียวเอง ตรงที่ถอดยาก ๆ ก็คือฝาพับ ถอดยากมากต้องดันสลักสีดำ ซึ่งซ่อนอยู่ในซอกให้ออก เนื่องจากเป็นการลองถอดครั้งแรก ก็เลยมีรอยนิดหน่อยด้านใน ถ้ามีเครื่องแบบนี้อีกเครื่องรับรองจะไม่ให้เป็นรอยแม้เท่าแมวข่วน เพราะรู้แล้วว่ามันล็อกไว้ยังไงบ้าง
ตอนที่ถอดมานึกว่าสายแพรที่เชื่อมระหว่างจอกับตัวเครื่องมันขาดเฉย ๆ แต่พอเอามาดูปรากฏว่ามันเป็นสายแพรที่เชื่อมกับวงจรของจอทั้งหมด แล้วจอก็ดันประกบติดเป็นแผงวงจรเดียวกันทั้งหน้าและหลังอีกต่างหาก สรุปก็คือต้องเปลี่ยนแผงจอใหม่ทั้งหมด!!! กี่บาทวะเนี่ย แล้วมันจะมีขายหรือเปล่า?
สุดท้ายไปถามที่ร้านอะไหล่ ร้านนึงบอก ๘๐๐ อีกร้านบอก ๕๕๐ คงไม่ต้องบอกว่าผมซื้อร้านไหน แล้วก็เอามาเปลี่ยน ตอนที่เปลี่ยนต้องบัดกรีหูฟัง ออกจากวงจรเดิมแล้วต่อเข้ากับวงจรใหม่ แล้วประกอบเครื่องเรียบร้อยพร้อมทุกอย่าง
กดสวิตช์เปิดเครื่อง.... แล้วนั่งรอเครื่องมันเปิด ลุ้นระทึกว่ามันจะใช้ได้หรือเปล่า ทุกอย่างเปิดขึ้นมาได้ปกติหน้าจอชัดแจ๋วเหมือนของใหม่ (ก็มันจอใหม่นี่นา) ก็เลยลองโทรออก ก็โทรได้ปกติ (ก็มันไม่ได้เสียนี่นา) แล้วก็ลองโทรเข้าแล้วรับสายดู ก็รับได้ปกติ (อันนี้ก็ไม่เสียแล้วจะลองทำไม)
Yes!!! ในที่สุดก็ซ่อมได้..... ^_^
จริง ๆ แล้วไม่เรียกว่าซ่อมดีกว่าเพราะไม่ได้ซ่อมอะไรเลยแค่ซื้อจอมาเปลี่ยนแค่นั้นเอง ง่าย ๆ แค่นี้เองประหยัดตังค์ไปตั้ง ๑,๙๕๐ บาทแนะ
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
๑. ไขควงชุดเล็ก ๒. หัวแรง ๓. ตะกั่ว
เครื่องต่อไป Nokia 3310 รุ่นคลาสสิก เพื่อนเอามาให้ซ่อม รุ่นนี้ยังมีใช้อยู่ตามบ้านนอกเยอะแยะ แต่ถ้าเอาไปโทรในกรุงเทพฯ อาจจะต้องรีบพูดรีบวางรีบเก็บ แต่ผมก็ใช้รุ่นนี้อยู - -' เพราะมันยังโทรได้อยู่ไม่เคยทรยศ ทำงานอย่างซื่อสัตย์เสมอมา จะขับไล่ไสส่งก็ดูจะใจดำเกินไป....
Friday, January 06, 2006
Ruby
อ้างอิง
http://www.rubycentral.com/
http://www.rubyonrails.org/
http://www.ruby-doc.org/docs/ProgrammingRuby/
คงถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้วหละ
ถือโอกาสช่วงปีใหม่เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงพอดี ต่อไปนี้อะไรที่เคยทำได้ หรือพอจะทำได้จะทำเองให้หมด ไม่ว่าจะเป็นซ่อมรถ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซ่อมโทรทัศน์ พัดลม วิทยุ โทรศัพท์มือถือ เครื่องเสียงรถยนต์ เดินสายไฟ ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ซ่อมแอร์ ซ่อมคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรม ทุก ๆ อย่าง จะซ่อมเอง พร้อมทั้งทำให้พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ เพื่อน ๆ ทำให้หมด เพื่อสั่งสมประสบการณ์ และให้คนใกล้ชิดได้ใช้บริการง่านซ่อมที่มีคุณภาพ
กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะต่อ ป.โท mechatronic ดีหรือเปล่า หรือว่าจะเรียน ป.ตรี mechanical engineer กับ civil engineer เพราะวิชาพื้นฐานส่วนใหญ่เรียนมาหมดแล้ว ถ้าไปเรียนคงเรียนเฉพาะวิชาหลัก ๆ เท่านั้น และจะเป็นประโยชน์กับตัวเองและสังคมโดยตรงเพราะได้เอามารับใช้สังคมได้ตรง ๆ ตามเจตนาที่วาง ๆ ไว้
จริง ๆ แล้วก็เป็นแค่ความคิดทั้งนั้นแหละ สิ่งที่จะเกิดขึ้นซึ่งเป็นความจริง เดี๋ยวเหตุการณ์มันก็ค่อย ๆ ประคองให้เราทำอย่างนั้น อย่างนี้ไปเองแหละ แม้แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเปลี่ยน แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ มันเหมือนบังคับให้เราเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต โอเคเปลี่ยนก็เปลี่ยนไม่เห็นจะเป็นไรเพราะใจมันไม่ค่อยทุกข์แล้ว ถึงเวลาที่ควรทำก็ทำ ก็แค่นั้นเอง ไม่เห็นจะยากหรือลำบากอะไรเลยเลย แค่นี้เองการดำเนินชีวิต ง่าย ๆ แต่มีความสุข แถมเจริญก้าวหน้า ด้วยความไม่อยากอีกต่างหาก สบายสบาย
Thursday, November 03, 2005
Tutorial Multimedia เจ๋ง ๆ จาก Microsoft

ทำได้ดีจริง ๆ ด้านขวาก็เป็นคนนั่งพูด อธิบายไปเรื่อย ๆ ด้านซ้ายก็เป็น Presentation ที่เขากำลังอธิบายอยู่ มีอันอื่นอีกเพียบไปดูเอาเอง แต่ Net ต้องแรง ๆ หน่อย ของผมใช้ 512 K วิ่งเกือบ 100 % เลย
อยากรู้จังว่าเขาใช้อะไรทำ จะเอามาทำมั่ง เพราะเวลาเขียนบทความ หรือ Blog ต้องมานั่งแต่งแล้วแต่งอีกกว่าจะได้แต่ละหน้านานโคตร แบบนี้แค่มานั่งพูด ๆ แล้วก็บันทึกหน้าจอขึ้นเว็บให้ไปดูกันได้เลยไม่เสียเวลาในการทำ คนอ่านก็ไม่ต้องอ่านนั่งฟังเอาสบายทั้งสองฝ่าย
แบบว่าขี้เกียจพิมพ์ Blog แล้วเมื่อไหร่จะมี Blog แบบบันทึก Video ขึ้นไปเลย ชีวิตคงจะดีขึ้นเยอะ ฝาก Google ไปคิดหน่อย แล้วอย่าลืมทำ Search Engine ให้ Search เสียงได้ด้วยหละ ไม่งั้นเดี๋ยวหาไม่เจอ (ฮ่า ๆ ยากไปไหมเนี่ย!)
ไปดูอย่างอื่นเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ASP.NET ได้ที่ Beta ASP.NET
Wednesday, October 26, 2005
วีธีขยายพื้นที่ Hotmail จาก 2 MB ไปเป็น 250 MB
อันดับแรกเข้าไปที่ Options>persional>My Profile
ให้เปลี่ยน Home location>Country/region เป็น United States
แล้วเลือกรัฐ เช่น ผมเลือก Georgia ใส่รหัสไปรณีย์ 31150 (ของ Atlanta)
คลิ๊ก Save แล้ว Continue
เข้าไปเช็คใน Language ให้แน่ใจว่าเป็น English
แล้ว Copy Link >> http://by17fd.bay17.hotmail.msn.com/cgi-bin/Accountclose << นี้ไปวางบน Address ของ Browser ตัวที่เปิด Hotmail อยู่แล้วกด Enter มันจะถามว่าต้องการปิด Account หรือเปล่า ก็ตอบตกลงไปเลย ไม่ต้องกลัวข้อมูลหาย เสร็จแล้วก็ไปหน้า Login ของ Hotmail ใหม่อีกรอบ แล้วทำการ login ใหม่ ก็จะมีคำถามว่าต้องการ re-activate account หรือเปล่า แล้ว Click อีกสองสามทีก็เสร็จ เข้าไปคราวนี้จะได้พื้นที่ 25 MB แล้วอีกสองสามอาทิตย์พื้นที่ก็จะเพิ่มเป็น 250 MB เอง
Monday, October 24, 2005
สภาพอากาศทั่วโลก ด้วย GoogleEarth
http://tiwrm.hpcc.nectec.or.th/Tracking/Now/latest.jpg ซึ่งภาพจะมีการ Update ทุก ๆ ชั่วโมง แต่จะ Delay ไปประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง
อันที่สองถ้าอยากดูภาพเคลื่อนไหวต้องเข้าไปดูที่ Satellite Weather Image Archives แล้วก็เลือกเอาว่าจะ Play ย้อนหลังไปกี่วัน ถ้าเลือกย้อนหลังไปนานต้องรอโหลดนานหน่อย
อันสุดท้ายต้องลง Google Earth ก่อน แล้วไป Download สภาพอากาศ ซึ่งเขาทำ Overlay ไปดึงสภาพอากาศทั่วโลกมา แต่ตอนโหลดใช้เวลาบ้างพอสมควร

วันนี้แถวบ้านฝนตกหนักเอาการ แต่ก็ดีกว่าที่อเมริกาเยอะ ปีนี้สงสัยจะสาหัสเพราะ โดนเข้าไปสามดอกติด ๆ กันเลย

ที่ Thai Google Earth มีอะไรดี ๆ เยอะเหมือนกัน ไปดูกันเอาเอง
Tuesday, October 18, 2005
มาเขียน AJAX กันดีกว่า # 2 (Ajax.NET Library)
มาว่ากันต่อกับ AJAX โดยวันนี้จะอธิบายการใช้งาน Ajax.NET Library ซึ่งสามารถ Download Ajax.dll ได้ที่ Ajax.NET - A free library for the Microsoft .NET Framework (Version ปัจจุบันคือ 5.7.22.2)
อันดับแรกให้ทำการสร้างโปรเจคใหม่ เป็น ASP.NET Web Application ในกลุ่ม Visual C# Projects ในตัวอย่างนี้ผมตั้ง ชื่อโปรเจคว่า AjaxDotNet

เสร็จแล้วไป Copy ไฟล์ Ajax.dll ที่เรา Download มา ไปเก็บไว้ใน Sub Directory bin ของ Project ของเรา แล้วทำการ Add Reference โดย Click ขวาที่ References แล้วเลือก Add Reference แล้วก็ไป Browse หาไฟล์ Ajax.dll

ใน Web.config ให้เพิ่ม Tag httpHandlers ตามนี้
ส่วนอื่น ๆ ให้คงไว้เหมือนเดิมนะครับ
ส่วนฝั่ง WebForm1.aspx.cs ให้เพิ่ม Code เข้าไปดังนี้
private void Page_Load(object sender, System.EventArgs e)
{
Ajax.Utility.RegisterTypeForAjax(typeof(WebForm1));
}
ตรง typeof(WebForm1) ให้ใส่ชื่อตามชื่อ Class ที่เราตั้ง
สมมุติว่าต้องการเขียน Function (Method) ในการบวกค่าให้ เพิ่ม Code เข้าไปอย่างนี้
[Ajax.AjaxMethod()]
public int ServerSideAdd(int firstNumber, int secondNumber)
{
return firstNumber + secondNumber;
}
Function นี้ทำงานง่าย ๆ คือ รับค่า Integer สองตัวเข้ามาบวกกันแล้ว Return กลับไป
คราวนี้เราก็มาเรียกใช้ Method ที่ฝั่ง Client กัน แต่ก่อนที่เราจะเรียกใช้ Function ที่เราเขียนได้นั้นต้อง Add JavaScript เข้าไปสองไฟล์นั่นก็คือ ajax/common.ashx และ ajax/AjaxDotNet.WebForm1,AjaxDotNet.ashx (ในตัวอย่างคือ บรรทัดที่ 11 และ 12)

Click ที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่
ผมเขียน Function JavaScript ไว้สองอันหลัก ๆ อันแรก คือ test1() ตัวนี้จะส่งตัวเลข 10 กับ 2 ไปบวกกันที่ฝั่ง Server แล้วนำค่าที่ Return มา Show เป็น Alert Message
ส่วน test2() ให้เอาค่าจาก TextBox1 กับ TextBox2 ไปบวกกัน แล้ว Return โดยการเรียก Function ServerSideAdd_CallBack() พร้อมส่งค่าผ่านตัวแปรที่ชื่อ response แล้วนำค่าที่ได้มาเติมเข้าไปใน TextBox3

และผลที่ได้ก็ออกมาแบบนี้ครับ

ถ้า Click ปุ่ม Test 1 จะไปเรียก Function test1() จะส่งค่า 10 กับ 2 ไปบวกันที่ Server แล้ว Alert Message Box แต่ถ้า Click ปุ่ม Excute จะไปเรียก test2() ก็จะส่งค่าจาก TextBox1 กับ TextBox2 ไปบวกกันที่ Server แล้วเอาผลลัพท์มาใส่ใน TextBox3 ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
ตอนที่เรียกใช้ Function ที่ Server นั้นจะเห็นว่าง่ายมากดังตัวอย่างคือ
x = WebForm1.ServerSideAdd(10,2);
ง่ายกว่านี้มีอีกไหม?
ตอนนี้ยังครับ แต่ผมว่าอย่าให้ง่ายกว่านี้เลย เดี๋ยวโปรแกรมเมอร์ตกงาน
ของกิ๊กก๊อกแค่นี้ทำไมต้องส่งไปทำที่ Server ให้ JavaScript ทำก็ได้
อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างให้เข้าใจ Concept นะครับ เพราะปกติแล้วการคำนวณอะไรที่ไม่ซับซ้อนมากนัก JavaScript ก็ทำได้สบายอยู่แล้ว ถ้าใครอยากดูอะไรที่ยาก ๆ เอาไว้ตอนต่อไปครับ ถ้าผมไม่ขี้เกียจซะก่อน
ป.ล. ใครรู้วีธี Post HTML tag ลงใน Blogger ช่วยชี้แนะด้วยครับ มันไม่ยอมให้ผม Post HTML tag